TRANSFORMER
N.
ผู้เปลี่ยนรูป,
ผู้แปรรูป
CHANYEOL x KAI
“แสนวอนขาดตัว”
“โหย
มึงจะงกไปไหนหนักหนาวะ”
“...”
“เออๆ
เห่อะ ไอ้ผู้ดีตกยาก”
ธนบัตรห้าพันวอนปึกใหญ่ถูกขว้างจากมือเรียวอย่างไม่สบอารมณ์
ร่างสูงตรงข้ามเค้นหัวเราะก่อนจะก้มเก็บกองกระดาษมีค่าที่ตกตามพื้นอย่างไม่ถือสา
มวนบุหรี่ถูกยกขึ้นกลับไปคาบที่ปากต่อเมื่อไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องพูดอะไรอีกแล้ว
“แล้วเรื่องเรียนมึงจะเอายังไงต่อ”มือขาวเอื้อมไปคว้าแย่งบุหรี่จากปากอีกคนก่อนจะนำมาสูบต่อ
สูดเอาสารพิษต่อร่างกายเข้าจนเต็มปอดคนตรงหน้าที่ยังวุ่นวายอยู่กับการเก็บแบงค์วอนก็ยังไม่สนใจที่จะตอบ
เรียวปากบางพ่นควันขาวใส่อีกคนอย่างนึกแกล้งเป็นเวลาเดียวกันที่อีกคนเก็บรวมเงินทั้งหมดเสร็จ
“คงไม่ละ
เรียนไปจบมาก็ไม่รู้จะไปบริหารอะไร”
เออ
ก็จริงอย่างที่มันว่า เจ้าของใบหน้าหวานกลอกตามองท่าทางตามคนมากท่าที่แค่จะเก็บตังใส่กระเป๋าสะพายต้องทำเท่ขนาดนั้นเชียวคิดแล้วก็อดที่จะเบ้ปากใส่ไม่ได้
“มึงโอเคจริงๆใช่ไหม”แต่สุดท้ายเพื่อนก็ยังคงเป็นเพื่อนอยู่ดี
เมื่ออดที่จะเป็นห่วงเพื่อนยากที่ตอนนี้ต้องมานั่งตกระกำลำบากอยู่แบบนี้เพราะบริษัทที่พ่อมันสร้างขึ้นมาถูกบอร์ดบริหารเห็นแก่ได้บีบไล่จนล้มละลายกันยกบ้าน
“กูโอเคอยู่แล้ว
ยังไงกูก็ฝากตังไว้ที่มึงเยอะ”
นั่นหละประเด็น
ประเด็นที่ว่าโอ เซฮุนคนนี้ดันเผลอไปยืมเงินไอ้เพื่อนยากมาเล่นอะไรๆผิดกฎหมายซะมากโข
ความจริงเงินแค่นี้ไม่ระคายหลังพ่อเขาสักเท่าไหร่ แต่เงินพ่อก็คือเงินพ่อ
ขืนบอกไปโดนหักเงินเดือนไม่พอ โดนตัดออกจากกองมรดกนี่ซวยไปอีก
“คุณน้ากับคุณลุงโอเคไหม”เจ้าของผิวขาวเอ่ยถามถึงบุคคลที่เคารพอีกสองคน
ร่างสูงตรงหน้าพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยตอบว่าพวกท่านไปอยู่ที่ต่างประเทศกับญาติชั่วคราว
ส่วนตัวมันที่ยังอยู่ที่นี่ก็คงไม่ต้องสืบหรอกว่ามันอยู่ทำไม
คิดงานใหญ่เลยล่ะ
“มึงแน่ใจหรอ
มึงจะเอาจริงดิ้”มือเรียวขาวรับซองกระดาษสีน้ำตาลมาก่อนจะเปิดดูเอกสารด้านในอย่างสนอกสนใจตรงข้ามกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
ไอเขาก็หวังว่ามันจะไม่โดนเล่นไปเสียก่อน
“อืม”
งานใหญ่ที่ว่าก็คือไอ้เพื่อนรักคนนี้คิดการใหญ่ที่จะเอาบริษัทคืนหรือก็ทำลายไปซะ
งานใหญ่ไหมล่ะ งานมืดด้วยละซี่
และแน่นอนด้วยความที่มิตรภาพอันเหนียวแน่นก็ทำให้เขาตกลงช่วยมันอย่างไม่มีอิดออดใดๆทั้งสิ้น
แม้กระทั่งพ่อของเขาก็ยังอยากจะร่วมช่วยด้วย! ให้ตายเถอะจอร์จ
“เอาเหอะ
มึงก็กลับห้องไปได้ละ เดี๋ยวก็โดนล่าอีก”
เจ้าของใบหน้าคมเข้มที่แทบจะมีบทพูดเพียง1ใน3พยักหน้ารับก่อนจะเดินหลบไปในตรอกมืดเจ้าประจำ
เพราะตั้งแต่ที่บ้านล้มละลาย
ความซวยของเพื่อนคนนี้มันก็ยังไม่พอสาแก่ใจพระเจ้าเพราะอยู่ดีๆ
เน้นว่าอยู่ดีๆเพื่อนยากเขาก็ถูกตราหนี้แปดร้อยล้านวอนแปะหน้าผากโดยบริษัทหน้าเลือดที่มาเทคโอเวอร์
เห้ย มันเป็นไปได้ยังไง! ตอนที่มันรู้จากข่าวในทีวีครั้งแรกหน้ามันนี้เหวอไปถึงสามโลกไม่แพ้กัน
จะเอาเรื่องก็ไม่มีตังไปขึ้นศาลอีกเพราะลำพังแค่ตังที่โอ
เซฮุนคนนี้ไปติดหนี้มันก็คงสู้บริษัทใหญ่ที่ตังมากมายพร้อมเส้นสายอันใหญ่โตไม่ได้หรอก ลำบากโดยจริงแท้ แต่เมื่อคิดอะไรบางอย่างได้มือขาวก็ล้วงเอามือถือในกระเป๋ากางเกงออกมากดส่งข้อความที่ลืมบอกอีกคนว่าถ้าถึงห้องให้โทรมาบอกด้วย เจอกันทุกครั้งก็หวังว่ามันจะกลับไปปลอดภัยล่ะนะหนีมาได้ขนาดนี้
สามคน... นับความเคลื่อนไหวที่แอบย่องอยู่ด้านหลังตอนนี้ได้สามคน
เจ้าของร่างสมส่วนยังคงเดินเข้าตรอกซอยไปอย่างไม่ผิดปกติ
ต้องขอบคุณที่เมื่อก่อนชอบพาตัวเองไปฝึกจำพวกศิลปะการต่อสู้รวมทั้งการสังเกตการณ์ไว้ตอนนี้มันเลยโคตรจะมีประโยชน์ในขณะที่เขากำลังถูกล่าตัวอยู่แบบนี้
แรงสั่นครืดจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเรียกความสนใจจากเจ้าของได้ เขาคิดว่าโอ
เซฮุนน่าจะส่งข้อความมาว่าให้โทรหาถ้าถึงห้อง
เพราะหมอนั่นมักจะย้ำเตือนเขาแบบนี้เสมอตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นมา
เสียงรองเท้าที่เดินตามหลังเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับว่าเจ้าพวกนั้นไม่สนใจที่จะปิดบังตัวตนอีกต่อไป—
หวืด—
ตุ้บ!
ร่างสูงก้มหลบได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเห็นจากเงาข้างตัวว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีกำลังจะหวดอะไรสักอย่างใส่หัวเขา
ขายาวเตะกลับเข้าที่ข้อพับจนอีกคนที่หวังร้ายพุ่งทะเล่อทะล่าไปข้างหน้าแล้วล้มลง
“มึง!”
น้ำเสียงที่ไม่ข่มความแค้นเคืองร้องลั่นขึ้นมา
คนถูกกล่าวเรียกยกยิ้มอย่างภูมิใจในผลงานของตน ก่อนการตะลุมบอลสามต่อหนึ่งจะเกิดขึ้น
เขาแทบไม่ต้องคิดเลยว่าคนว่าจ้างเจ้าพวกนี้ใช้อะไรคิดถึงคัดมาแค่รูปร่างสูงใหญ่แต่ฝีมือโคตรจะห่วยแตกโดนเตะทีสองทีก็หน้าหงายไปซะเกือบทุกคน
แต่ก่อนที่จะได้ใจกับชัยชนะที่กำลังจะมาถึง
ไอ้หัวโล้นที่โดนถีบหน้าหงายเมื่อครู่ก็หัวเราะขึ้นมา
“มึงไม่รอดแน่
พวกกูมาเพิ่มแล้ว”
ร่างสูงเหลือบมองไปด้านหลังก่อนจะพบว่าที่ไอ้โล้นซ่าพูดมาทั้งหมดนั่นคือความจริง
มนุษย์ร่างหนาหลายคนเริ่มทยอยเดินข้ามาจากเงามืด ริมฝีปากทำได้เพียงถอนหายใจให้กับลางพ่ายแพ้ครั้งนี้
“กว่าจะหามึงเจอได้ก็ตั้งนาน
ยอมมากับพวกกูดีๆซะเถอะ คิม จงอิน”
คิดว่าเขาจะยอมง่ายๆหรอ?
TRANSFORMER
“มึงต้องขอบคุณเจ้านายพวกกูที่บอกให้จับมึงมาโดยที่ไม่ต้องตาย”
เสียงเอ่ยทวงคำขอบคุณให้กับเจ้านายอย่างกับพวกหมาเลียหน้าแข้งดังขึ้นในขณะที่เขาถูกมัดแขนมัดขาพร้อมผ้าดำคลุมหัวเอาไว้พาไปที่ไหนสักแห่ง—
เออ ไม่ตายแต่ตัวเขานี้แทบจะพังเพราะโดนยำตีน ถึงแม้จะร่ำเรียนมาแค่ไหนแต่มาเป็นสิบแบบนี้ถ้าไม่ยอมก็คงตายคาตีนพวกมันแน่ นั่งไปได้สักพักรถจอดลงก่อนที่พวกบ้านในรถจะออกไปจนหมดไม่นานจงอินก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างด้านนอกรถจากนั้นเขาก็ถูกย้ายมาที่รถอีกคัน
ร่างสูงถูกพามายังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งคิดดูแล้วก็คงไม่พ้นโรงเก็บของหรือไม่ก็โกดังติดแม่น้ำแบบในหนัง
แต่ทว่าเมื่อผ้าคลุมหัวถูกดึงออกกลับทำให้คิม จงอินต้องขมวดคิ้วสงสัยขึ้นมา
ห้องนอน
เสียงประตูปิดพร้อมลงกลอนจากด้านนอกเรียกความสนใจเจ้าของร่างสีแทน
แต่ก็ดีที่มันเปิดโอกาสให้คิม จงอินใช้ความพยายามในการดันโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่สั่นครืดอย่างรู้งาน
โอ เซฮุนเป็นที่พึ่งให้กับเขาได้เสมอ เมื่อสมาร์ทโฟนราคาแพงตกลงสู่พื้นห้องเจ้าของตำแหน่งคนถูกลักพาตัวก็ใช้มือที่ถูกมัดไว้ด้านหลังเลื่อนรับสายพร้อมเปิดลำโพงทันที
[เห้ย ทำไมมึงไม่โทรมาสักทีวะ แล้วนี่ก็กว่าจะรับ
กูคิดว่ามึงเป็นอะไรไปแล้วสะอีก]
“มึงคิดถูกแล้วล่ะ”
[อะไรนะ]
“อืม กูโดนจับมา โดนยำตีนซะเกือบเละ”ร่างสูงครางในลำคอเมื่อเผลอก้มผิดท่าจนปวดไปทั้งสะโพกที่โดนกระทืบ
[มึงอยู่ที่ไหน! เดี๋ยวกูจะไปช่วยมึงเดี๋ยวนี้]
“กูไม่รู้ พวกนั้นคลุมหัวตอนพากูมา”เสียงปลดกลอนดังขึ้นจากหน้าห้องทำเอาคนที่กำลังเปลี่ยนท่าทางสะดุ้งเฮือก
คำว่าฉิบหายลอยวนไปในหัวแต่มันก็เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้บอกตำแหน่งให้โอ เซฮุนได้รู้ได้
“ไอ้เซ
หุบปากก่อนพวกมันมาแล้ว กูจะเปิดสายทิ้งไว้”
[เออๆ]
ร่างสูงเอนตัวนอนเล็กน้อยเพื่อดันโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงด้านหลัง
ในขณะที่คนหน้าห้องยังคงเอาแต่พูดถามไถ่กันอยู่
แต่เพียงไม่นานหลังจากที่จงอินยัดมือถือได้สำเร็จแบบเส้นยาแดงผ่าแปดประตูก็ถูกเปิดเข้ามา
ร่างสูงโปร่งสมส่วนภายใต้ชุดสูทเนี้ยบสีดำสนิทยกยิ้มขำให้กับท่าทางเขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่แบบนี้ทั้งที่ปวดเอวแทบตาย ใบหน้าคมเข้มขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือใคร
“ว่าไงครับจงอิน
สบายดีไหม”
“...
ปาร์ค ชานยอล”
โอ เซฮุนกำลังนั่งไม่ติดที่ หลังจากที่เพื่อนสนิทรับสายเขาพร้อมบอกข่าวร้ายมา
โอเซฮุนก็แทบวิ่งพรวดเข้าไปในห้องทำงานของพ่ออย่างรวดเร็วเพื่อเล่าสถานการณ์ตอนนี้ให้พ่อรู้
แต่ทว่ามันกลับผิดคาดตรงที่ว่า จงอินถูกปาร์ค ชานยอลจับไป ปาร์ค ชานยอลที่คอยแต่จะงาบเพื่อนเขาอยู่ตลอด
และแน่นอนว่าจงอินมันไม่รู้ มันรู้จักแค่พี่ชานยลคนดีจนวันที่บ้านมันล้มละลายนั่นแหละมันถึงได้เปลี่ยนไปเป็นเกลียดแทน บอกตามตรงเซฮุนก็ไม่เคยเข้าใจรสนิยมของชานยอลมากนักที่ดันมาหลงเพื่อนสนิทเขาได้ แต่โอ เซฮุนก็ไม่กล้าบอกเพื่อนยากในเรื่องนี้...
และนั่นทำให้โอ
เซฮุนคิดอะไรบางอย่างมาตลอดว่าทั้งหมดจะเป็นแผนของชานยอลเพื่องาบจงอินทั้งไอเรื่องหนี้แปดร้อยล้านแต่ถึงกับทำให้ครอบครัวล้มละลายเพื่องาบจงอินเนี่ยนะ?
แต่ประโยคสนทนาที่เขาเคยคุยกับชานยอลเมื่อไม่นานก็ผุดขึ้นมาราวกับจะหลอกหลอนให้ได้สติมันทำให้เขารู้ว่าชานยอลไม่ได้หวังร้ายเลยสักนิดความจริงชานยอลเพียงแค่—
เสียงจากปลายสายก็ดังขึ้นเรียกให้เซฮุนหลุดจากภวังค์ที่สร้างขึ้น
[ผมควรดีใจไหมที่คุณยังไม่ลืมชื่อผม]
[หึ กูไม่ลืมคนสันดานเสี้ยมแบบมึงหรอก]
[คุณก็ว่าไป โดนใครเป่าหูมาเนี่ยครับ]
[มึงตั้งใจทำให้บอร์ดบริหารไม่พอใจพ่อกูเพื่อที่พ่อมึงจะเอาบริษัทพ่อกูไปไง
มึงต้องการอะไรอีกวะ! ]
[ผมว่าคุณคงจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วนะจงอิน]
[...]
[ส่วนคำถามนั่น— คือผมต้องการคุณไงครับ]
[...]
“...”
เงียบกันทั้งสายไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อของเขาทั้งเมื่อครู่ยังทำหน้าตาเคร่งเครียดฟังบทสนทนา
แต่เมื่อรูปประโยคแปลกๆที่โพล่งมาจากปากของปาร์คชานยอลทำเอาเซฮุนต้องกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้
คิมจงอินไม่รอดแน่
นี่คือสิ่งที่เขาสันนิษฐานเอาไว้!
นี่มันบ้าอะไรกันหลังจากที่ปาร์ค
ชานยอลพูดจบเจ้าตัวก็แก้มัดพร้อมขอตัวกลับไปทำงานต่อโดยไม่สะทกสะท้านอะไรทั้งสิ้น คนผิวเข้มตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสนวุ่นวายจนกระทั่งเสียงจากปลายสายที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังดังขึ้น
จงอินคว้าเอามาถือไว้พร้อมกดปิดเสียงลำโพง
“กูโอเค มึงมาพากูกลับที”เอ่ยขอความช่วยเหลืออีกคนไปพร้อมกับพยายามหาทางออกที่น่าจะทำให้หนีพ้นได้มากที่สุด
ร่างสูงเดินไปยังหน้าต่างกระจกใสที่ไม่มีเหล็กดัดกั้นไว้อย่างที่คิด
[มึงอยู่นั่นแหละดีแล้ว มันมาดี เชื่อกู]
“มึงว่าไงนะ”คนผิวแทนเหวกลับไปแทบจะทันทีเมื่อเพื่อนสนิทดันมาพูดประโยคประหลาดทั้งที่ตอนนี้มันควรจะรีบบึ่งรถมาช่วยเขาออกไป
[ชานยอลมันไม่ทำร้ายมึงหรอก มันจะช่วยมึงด้วยซ้ำ]
คิมจงอินขมวดคิ้ว หมายความว่ายังไงที่ว่าปาร์ค ชานยอลจะช่วย ทั้งที่บริษัทของไอตัวสูงนั่นแหละคือต้นเหตุของเรื่องทั่งหมดทั้งมวล
คิม จงอินคงจะไม่มาลำบากแบบนี้ถ้าไม่ใช้เพราะปาร์คกรุ๊ปนั่น
[ฟังนะจงอิน
ถึงพ่อมึงกับพ่อชานยอลจะไม่ถูกกันแต่เขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกันนะมึง
มันตัดไม่ขาดหรอก]
“มึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”ถูกอย่างที่เซฮุนพูดมาทั้งหมดที่ว่าพ่อของเขาเคยเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อของปาร์ค
ชานยอล แต่ก็มาแตกหักเพราะอะไรบางอย่างซึ่งเรื่องนี้พ่อไม่เคยบอกสักครั้ง
[ก็ชา—]
“เห้ย เอาคืนมา!”
“ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะครับจงอิน
โทรหาใครเนี่ย โอ—เซ—ฮุน ผมว่าผมพูดกับเด็กนี่รู้เรื่องแล้วนะครับ”หัวทุยส่ายไปมาอย่างหน่ายใจก่อนจะเก็บโทรศัพท์เขาใส่กระเป๋ากางเกงตัวเองหน้าตาเฉย
ร่างผิวแทนพยายามคว้าเอาโทรศัพท์ที่อีกฝ่ายแย่งไป
แต่ด้วยความสูงที่ผิดมนุษย์มนาของคนตรงหน้าก็เป็นอุปสรรคในการเอาคืน คนผิวเข้มกัดฟันกรอด
เอาคืนไม่ได้อย่างน้อยก็ขอต่อยหน้าสักหมัดสองหมัดและ— คิม จงอินไม่ได้คิดเปล่าๆ
ผัวะ
“โอ้ย
ต่อยผมทำไมครับ”
ประหลาด...
ทั้งที่หมัดก็ออกไปช้าเพราะตอนนี้ทั้งร่างเขากำลังระบมอยู่ แต่หมอนี่กลับหลบไม่ได้
ไม่สิ.. เหมือนไม่หลบเสียมากกว่า จงอินมองอีกคนอย่างดูเชิงเมื่อคนที่ถูกต่อยจนล้มกระแทกพื้นลุกขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“หมัดหนักจังเลยครับ”
“มึงไปพูดอะไรกับเซฮุน”คิม
จงอินเป็นคนที่ห่วงเพื่อนและคนรอบตัวมาก ไม่ว่าใครไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาลากคนรู้จักเขาให้เข้าไปเกี่ยวกับเรื่องแย่ๆด้วย—
ยกเว้นเรื่องหนี้ที่เขาไปทวงโอ เซฮุนไว้ละกัน
“ความจริงไงครับ”คนตรงหน้ายังคงรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวๆอยู่เหมือนเดิมราวกับไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำด่าจากเขาทั้งสิ้น
“ต้องการอะไรกันแน่”
“ก็—”
“อย่าเสร่อตอบว่าต้องการกู!”
“อ้าว...
จะให้ผมตอบอะไรละครับทีนี้”ชานยอลขมวดคิ้วสงสัยอย่างเสแสร้งขนาดที่เด็กอนุบาลมองยังดูออก
คิม จงอินเผลอกัดฟันกรอดเป็นรอบที่ล้านด้วยความหงุดหงิด
หมอนี่จะกวนประสาทเขาไปถึงไหน หัดสะทกสะท้านบ้างไม่ได้หรือไง
“มึง!!”
“ใจเย็นๆน่าจงอิน
ผมว่าเราควรมาจับเข่าคุยกันนะครับ
แต่ถ้าจงอินไม่รังเกียจเรามาคลานเข่าคุยก็ได้นะครับ”
คลานบ้านป้ามึงไป้!!
หลังจากที่ถูกถูกลากถูกังมาจนถึงเตียงคิงไซส์ได้ปาร์ค
ชานยอลก็จัดการหาเทปมาปิดปากพร้อมมัดมือเขาไว้ข้างหลังเหมือนเดิม
ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาพูดหยาบคายมากไป คิม จงอินทำท่าเหม็นเบื่อคนตรงหน้าสุดจะทนหันหน้าหนีทุกครั้งที่หมอนั่นกำลังจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหลาย
แต่ชานยอลกลับไม่ยอมเพราะถือเรื่องมารยาทที่ว่าคุยกันต้องมองหน้ากันซึ่งมันเป็นเรื่องบ้าสิ้นดี
จะพูดก็พูดมาเลยดิวะ! ตอนนี้คิม
จงอินถึงถูกมือหน้าล็อคคางไว้อย่างกับคีมเหล็ก
ให้ตายเหอะ
“จงอินครับ
ผมและพ่อไม่ได้ตั้งใจจะยึดบริษัท แต่ผมตั้งใจจะช่วยต่างหาก”คนตรงหน้ากดหน้าลงต่ำเล็กน้อยในขณะที่เล่าเรื่องราวอยู่
ร่างสูงหยุดลงสักครู่เหมือนดูเชิงอะไรสักอย่าง คิม จงอินก็ไม่อยากจะคิดว่าปาร์ค ชานยอลจะให้เขาพูดตอบอะไรทั้งๆปิดปากเขาไว้แบบนี้
“...”
“ผมรู้จักตาแก่อินซางหัวหน้าแก๊งบอร์ดบริหารนั่นดี
ไอ้มนุษย์จอมเสี้ยมนั่น ผมเลยให้คนของผมเข้าไปสืบตาแก่นั่นจนรู้ว่ามันหวังจะฮุบไว้เป็นของตัวเอง”
คิม จงอินมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อหู ลุงอินซางที่ชานยอลพูดถึงเขาพอจะรู้จักบ้าง
ก็เพราะลุงอินซางนี่แหละที่เป็นคนมาสารภาพกับเขาว่าพ่อของชานยอลคอยยุแหย่ ใครพูดจริงกันแน่?
“แล้วทีนี้
ก็เป็นอย่างที่จงอินเห็น คุณลุงจองโมก็คงระแคะระคายอยู่บ้าง ลุงเลยแอบขายหุ้นให้พ่อผมอย่างลับๆ
เผื่อเกิดเหตุการณ์อะไรแบบนี้ขึ้นมา พี่สาบานได้ว่าพี่พูดเรื่องจริง”แววตากลมโตฉายแววจริงจังขึ้นมาเมื่อจบประโยค
จงอินกำลังขบคิดอยู่ในใจ ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยคิดว่าลุงมินโฮจะทำเรื่องแบบนี้ได้จนกระทั่งลุงอินซางมาบอกหลังเกิดเรื่องนั่นล่ะ
“นายคงจะไม่เห็นสีหน้าของตาแก่อินซางทันทีที่รู้ว่าพ่อผมมีหุ้นมากพอที่เข้ามาคุมได้โดยไม่ต้องปล่อยให้มันยกตัวเองขึ้นบริหาร”ปาร์ค
ชานยอลยกยิ้มขึ้นมาเมื่อคิดถึงชัยชนะและนึกไปถึงหน้าซีดๆของพวกกลุ่มบอร์ดบริหารนั่น
“ส่วนเรื่องหนี้นั่น
ผมไม่ได้เป็นคนทำ เป็นตาแก่นั่นที่ทำเพื่อหวังจะจับนายมาเป็นตัวประกันเพื่อมาบีบพวกผม
เพราะมันรู้ว่าผม—”แววตาจริงใจ
และมุ่งมั่นทำเอาจงอินเกือบจะใจอ่อนถ้าไม่ติดประโยคสุดท้ายที่หมอนี่พูดไม่จบ
แววตาสงสัยระคนแปลกใจถูกส่งออกไปหาคนตรงหน้า
ร่างสูงตรงหน้าทำท่าเลิกลักไม่เป็นตัวของตัวเองก่อนจะกระแอมไอเรียกสติกลับคืนพร้อมพูดต่อ
“อะ
เอ่อ
ตอนนี้พ่อผมกำลังรวบรวมหักฐานทั้งหมดเพื่อเอาผิดตาแก่นั้นพร้อมกับหารายชื่อคนที่ร่วมความคิดตาแก่นั้น
จากนั้นพ่อก็จะไล่พวกนั้นออกไป แน่นอนผมหวังให้มันติดคุกซะ แต่จงอินก็น่าจะรู้ว่าเป็นไปได้ยากกับพวกมีเงินพวกนั้น”
“....”
“จงอินนา..
พ่อพี่กับพ่อนายไม่เคยทะเลาะกันจริงจังหรอกนะ
งอนกันตามประสาคนแก่เท่านั้นแหละ”
จงอินส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ
เมื่อรู้สึกว่าทั้งหมดที่เขากำลังตั้งใจทำนั่นมันบ้าบอสิ้นดีเมื่อปาร์ค ชานยอลโชว์รูปถ่ายจากมือถือที่มีพ่อเขากับพ่อของหมอนั่นถ่ายคู่กันน่าจะไม่นานมานี้
ที่เขารู้ก็เพราะว่าสถานที่นั่นเป็นบ้านของน้าที่พ่อกับแม่เขาไปหลบภัยอยู่ ปาร์ค
ชานยอลค่อยๆแกะเทปปิดปากอย่างเบามือเมื่อได้ยินเสียงอู้อี้ในลำคอเขา
“พี่หานายแทบตายรู้ไหม
เป็นห่วงจนเป็นบ้า ยิ่งพอรู้ว่านายไม่ได้ตามคุณลุงคุณป้าไปพี่ยิ่งโกรธตัวเอง”
“เหอะ—”
“ผ่านมาสามเดือนทำตัวเล็กของพี่เถื่อนขึ้นเล—
โอ้ย”
คิม
จงอินก้มหน้าก่อนจะใช้ศีรษะกระแทกเข้าที่ปลายคางอีกคนจนเกิดเสียงดัง
ชานยอลร้องโอดโอยและทรุดตัวลงบนที่นอนอย่างสำออย“ใครของพี่ห้ะ! อย่ามามั่วนักได้ปะ”
“จงอินนาใจร้ายจัง”แม้ปากอิ่มจะพูดแบบนั้นแต่แววตาเจ้าเล่ห์ที่ถูกส่งออกมากลับตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
คิม จงอินไม่หลบสายตาส่อแววประหลาดนั้นพร้อมเอ่ยย้ำอีกคนชัดเจน
“พี่ ผมไม่ใช่เกย์!!”
“พี่ก็ไม่ใช่เกย์
พี่แค่ชอบจงอิน”
“โอ้ย
แล้วทำไมผมต้องมาคุยเรื่องนี้กับพี่ด้วยวะ”คนผิวแทนสบถอย่างหัวเสียพร้อมกับหันหลังให้อีกคนแก้มัดมือให้“แกะให้ไวเลย”
“ก็งานใหญ่ที่นายหวังจะมาถล่มบริษัทมันคลี่คลายแล้วไง”ชานยอลยกยิ้มขำท่าทางอีกคนพร้อมก้มแกะมัดที่ตัวเองผูกไว้
รอยแดงรอบข้อมือสีแทนทำเอาคนมัดรู้สึกผิด
มือหนาลูบรอยอย่างแผ่วเบาแต่คนตรงหน้ากลับสะบัดมือแล้วรีบหันกลับมาพร้อมท่าทางตกใจ
“พ
พี่รู้ได้ไง”
“อ้อ
เซฮุนบอกน่ะ”
“อะไรนะ?”ไม่ทันที่จะได้ขมวดคิ้วสงสัย
เสียงจากมือโทรที่อยู่ในกางเกงชานยอลก็ดังขึ้นอีกครั้งเหมือนเป็นการตอกย้ำให้รู้ว่า‘กูแอบฟังพวกมึงอยู่ ฮิ’
[เห้ย จงอินกูโดนบังคับอ่ะมึง เอ่อ กูวางสายล่ะนะ บายย] คิม
จงอินลอบสบถอย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักของเขาแอบหักหลังด้วยการเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น
ไว้เจอกันจะโดนไม่ใช่น้อย เซฮุน
“ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ เกิดนายเป็นอะไรไปขึ้นมาพี่จะทำยังไง”
“ทำอะไรไม่ได้ก็ตายไปเหอะ”
“ปากร้ายแบบนี้น่าจับมาตบด้วยปาก”
เพี๊ย—
“โอ้ยย
ตบปากพี่ทำไม”
“ขนลุก!”คิม จงอินทำทียกมือขึ้นลูบแขนตัวเอง คนตัวสูงกว่ามองพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่กวนอารมณ์เขาได้สำเร็จ แต่ถึงปากจะว่าไปอย่างนั้น แต่คิม จงอินกลับสงสัย—
ทำไมใจมันเต้นแรงจังเลยวะ!!
TRANSFORMER
แล้วก็เป็นอย่างที่ปาร์ค ชานยอลพูดเอาไว้
หลังจากผ่านวันนั้นมาสองสัปดาห์
สองสัปดาห์ที่จงอินทำได้เพียงนั่งๆนอนอยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้โดยออกไปไหนไม่ได้เพราะปาร์ค
ชานยอลสั่งห้าม และในตอนนี้ข่าวฉาวเกี่ยวกับบริษัทยักใหญ่คิมกรุ๊ปก็ถูกนำมาเสนออีกครั้งเพราะเนื่องด้วยจากการที่บอร์ดบริหารถูกจับยกแก๊ง
กล้องในจอนั้นถ่ายทอดสดเหมือนกับไปนั่งรออยู่หน้าบริษัทนานแล้วหรือไม่ก็มีใครโทรไปบอกล่วงหน้าเอาไ—
เดี๋ยวนะ คิม จงอินลุกขึ้นนั่งหลังตรงพร้อมขมวดคิ้วมองจอทีวีอย่างตั้งใจ
เมื่อวานชานยอลบอกเขาว่าวันนี้ให้เปิดทีวีเอาไว้เพราะจะมีอะไรสนุกๆให้ดู
อย่าบอกนะว่า— ไม่นานภาพในจอก็ฉายใบหน้าขอปาร์ค
ชานยอลที่ยกยิ้มอยู่อย่างหน้าหมั่นไส้เมื่อนักข่าวกำลังพยายามยื้อแย่งกันเข้าไปรุมสัมภาษณ์
แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือใบหน้าของพ่อเขาที่จงอินไม่ได้เห็นมาหลายเดือน พ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่!
นักข่าวต่างยื้อแย่งกันส่งคำถามไปยังผู้ถูกกระทำอย่างพ่อของเขาว่ารู้สึกอย่างไรที่ถูกบอร์ดบริหารตั้งใจจะฮุบบริษัทไว้
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ทำไมชานยอลถึงไม่บอกว่าพ่อเขากลับมาแล้ว
“จงอิน”เสียงเรียกที่คุ้ยเคยเรียกให้เจ้าของร่างผิวแทนหันขวับไปยังประตูหน้าบ้านที่เปิดกว้างเอาไว้
“แม่!!”ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับวิ่งเข้าไปกอดคนเป็นแม่อย่างเต็มรักแต่ทว่า—
“โอ้ยยยยยย แม่ หยิกพุงเค้าทำไม”คิมจงอินงอตัวจนเป็นกุ้งทอดหลังจากที่กอดแม่ได้ไม่ถึงสามวิ
มือเรียวของคนตรงหน้าก็ส่งมาหยิกพุงเขาอย่างเต็มรัก
“แม่อยากจะเอาไม้เรียวมาตีเราด้วยซ้ำ
ทำไมทำแบบนี้ห้ะ!”ไม่ว่าเปล่า
มือเรียวของหญิงวัยกลางคนก็ส่งมาฟาดที่ต้นแขนเขาซ้ำพร้อมกับส่งมืออีกข้างมาดึงหูอาไว้
“เค้าเจ็บนะแม่”คิมจงอินลากเสียงยาวเมื่อคนเป็นแม่ดึงเข้าที่หูอยู่นานก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโอบกอดเขาไว้แน่น
เสียงสะอึกของแม่ทำจงอินใจเสีย
“ทำไมทำอะไรไม่คิด! ถ้าแกเป็นอะไรไปแม่จะทำยังไงไอ้หมีโง่”
“เค้าขอโทษครับแม่ แม่หมีไม่โกรธน้า”มือรีบโอบกอดตอบพร้อมกับโยกตัวไปมาคิม
กาอินถึงหยุดร้องไห้ได้ ก่อนจะพากันไปนั่งที่โซฟา กาอินเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบของลูกชายตัวดีที่ทำเป็นเก่งเกินตัวแต่ก็ไม่วายที่จะอดฟาดแขนสีแทนนั่นไม่ได้
“ถ้าพี่ชานยอลไม่ช่วยแกไว้จะเป็นยังไงห้ะ”
“ไม่มีมันผมก็—
โอ้ย แม่!”
“ปากเสีย
ใครบอกให้เรียกพี่เขาว่ามัน ตีปากตัวเองเดี๋ยวนี้เลยจงอิน!”
“แม่อ่ะ!”คิมจงอินคว่ำปากอย่างน้อยใจที่แม่ของเขาดูจะเข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกในไส้อย่างจงอินคนนี้
คิม กาอินเห็นอย่างนั้นก็อดที่จะบิดปากลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยวไม่ได้
“ต่อไปแม่จะฝากให้พี่ชานยอลดูแลและคุมความประพฤติลูกซะให้เข็ด”
“เห้ย
ไม่เอานะแม่!”
“ยังไงก็ต้องเอา”
“ไม่เอาอ่ะ!”
“คิม
จง อิน”
“แม่อ่ะ!”แล้วริมฝีปากหนาก็คว่ำเป็นถ้วยอีกครั้งเมื่อเถียงคนเป็นแม่ไม่ได้
เรียวคิ้วหนาขมวดอย่างขัดใจก่อนจะหันหลังหนีแม่บังเกิดเกล้าที่มองมาอย่างกดดัน กาอินมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างระอาใจกับความดื้อรั้นยกมือขึ้นแตะบ่าหนาของเจ้าลูกชายก่อนเตรียมเอ่ยง้อ—
“สองแม่ลูกงอนอะไรกันอีกละเนี่ย”เสียงทุ้มอบอุ่นถูกส่งมาจากหน้าประตู
คิมจงอินหันไปมองพร้อมกับรีบลุกไปหาอย่างเด็กขี้ฟ้องแต่ก็อดที่จะกอดพ่อของตัวเองก่อนไม่ได้
สามเดือนที่ห่างกันเขาคิดถึงพ่อกับแม่ที่สุด
“ก็แม่จะให้ชานยอลมันมาดูแลผมอ่ะ”
“จงอิน! แม่บอกว่ายังไงเรียกพี่เขาดีๆ”
“ก็ดีแล้วนี่”คิมจองโมว่าพร้อมหัวเราะอย่างคนแก่อารมณ์ดี
อาจเพราะปัญหาต่างๆนาๆได้ผ่านพ้นไปแถมคนชั่วก็ไม่ลอยนวลเพราะถูกอายัดทรัพย์สินและถูกขังเอาไว้ในซังเต
“พ่อ!!”
“เอะอะอะไรเสียงดังกันนี่”
“ลุงซึงรี
ลุงมินโฮ”คิมจงอินมองไปข้างหลังพ่อก็พบว่าคนแก่อีกสองคนได้เดินเข้ามาเพิ่มแล้ว
คนอายุน้อยก้มหัวเคารพคนทั้งสอง สายตามองเลยไปด้านหลังก็เห็นแม่ของชานยอลและแม่ของเซฮุนกำลังคุยกันอย่างออกรสขณะที่เดินเข้ามาพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักที่ก้มๆย่อๆอยู่หลงพ่อตัวเอง
“โอ เซฮุน”
“จ๋า”ใบหน้าขาวโผล่พ้นไหล่พ่อของตัวพร้อมตอบเสียงหวานเพื่อเอาใจ
“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะเพื่อนรัก”คิม
จงอินกดเสียงต่ำพร้อมยกยิ้มเย็นยะเยือกที่มีเพียงโอเซฮุนเท่านั้นที่สัมผัสได้
เมื่อหญิงวัยกลางคนทั้งสองเดินมาถึงหน้าประตูโดยมีแม่เขาเข้ามาสมทบอีกคนคิม
จงอินจึงถามเหตุผลการรวมตัวในครั้งนี้
โดยพวกเธอตอบว่าเป็นการเลี้ยงฉลองให้กับคิมกรุ๊ปที่กลับมาได้เหมือนเดิมจึงมีการจัดปาร์ตี้เล็กๆในเย็นวันนี้
หลังจากที่แม่ๆพ่อๆแยกย้ายกันไปตามตำแหน่งของตัวเอง คิม
จงอินก็จัดการลากเพื่อนรักที่ทำท่าจะหนีไปช่วยแม่ตัวเองเตรียมอาหารมาที่ห้องได้ พร้อมกับการสอบปากคำครั้งใหญ่
“มึงหักหลังกู”น้ำเสียงเย็นยะเยือกเรียกขนตามร่างการของโอ
เซฮุนให้ลุกฮือพรึบพรับกันอย่างพร้อมเพรียง ก่อนน้ำเสียงแหบแห้งจะรีบเอ่ยแก้ตัวไปอย่างทันที
“จงอินน
กูไม่ได้หักหลัง คือเรื่องมันยาวแล—”
“กูมีเวลาให้มึงเล่า”
“เออๆๆๆ”โอ
เซฮุนบึนปากพร้อมหลับตาพยักหน้ารัวๆก่อนจะเดินดิ่งไปทิ้งตัวนั่งที่เตียงนอน“อยากรู้ไร”
“แม่กูรู้เรื่องนี้ได้ไง”
“เขารู้ตั้งแต่แรกละ
มึงพลาดเองที่มาปรึกษาพ่อกู”สิ้นคำตอบของคนผิวขาว
คิมจงอินก็ต้องกลับมาขมวดคิ้วอีกครั้งก่อนจะเลิกคิ้วใส่คนตัวขาวเพื่อเร่งให้เล่าต่อว่าทำไม
“ก็พ่อกูอ่ะ
ติดต่อกับพ่อมึงแล้วพ่อชานยอลตลอดก็เพื่อนกันนี่หว่า
เขากำลังวางแผนจะเอาบริษัทคืนกันอยู่แล้ว
แต่มึงก็ดันคิดการใหญ่เหมือนกันพ่อกูเลยต้องรีบทำท่าช่วยมึงไง
เพื่อไม่ให้มึงทำเสียเรื่องก่อนที่พวกเขาจะทำสำเร็จ”
“มึงรู้อยู่แล้ว?”
“ไม่ๆๆๆ”โอ
เซฮุนรีบเอ่ยปฏิเสธทันทีก่อนที่จะถูกเพื่อนรักฆ่าด้วยสายตา
“กูก็พึ่งรู้ตอนที่มึงโทรมาแล้วบอกว่าชานยอลจับตัวอ่ะ พ่อกูถึงเล่าให้ฟัง”
“แล้วมึงก็ไม่บอกกูนี่นะ”
“เอ้า
กูก็คิดว่าชานยอลมันบอกมึงแล้วไง”เซฮุนเลิกคิ้วตอบไปอย่างหาเรื่องเพราะข้อหานี้เขาไม่ได้ผิดนี่หว่า
เมื่อหมดคำถามที่จะถามเพื่อนสนิทไป
คิมจงอินก็คลายคิ้วที่ขมวดเอาไว้ความรู้สึกตอนนี้คงบอกได้เลยว่ารู้สึกเหมือนเป็นเด็กน้อยที่คิดทำเรื่องใหญ่บ้าๆโดยมีผู้ปกครองคอยแอบสอดส่องดูแลเอาไว้โดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว
เรื่องบ้าๆที่ทำให้ผู้ใหญ่เขาต้องลำบากกัน
“เอาน่า
ที่มึงทำก็เพื่อครอบครัว ไม่มีใครว่ามึงหรอก”
“...”
คิมจงอินไม่ตอบรับอะไร
ก่อนจะเดินออกมาจากห้องไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนสนิทที่ดังไล่หลังมา
ร่างสูงพาตัวเองมาถึงบนดาดฟ้าของบ้านปาร์คกรุ๊ป
ท้องฟ้าที่กำลังจะถูกกลืนกินด้วยความมืดเป็นจุดรวมสายตาของเขาได้อย่างดี
ถึงแม้เรื่องจะคลี่คลายแต่เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กโง่คนหนึ่งที่เกือบจะทำทุกอย่างให้พังราบเพราะความไม่รู้จักคิด
น้ำตาของแม่ที่ไหลออกมาเมื่อตอนเย็นยังคงย้ำว่าเขาทำเรื่องที่ไม่สมควรที่สุด
ถ้าหากเขาเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆมันคงจะเป็นเรื่องแย่ที่สุดที่ทำให้พ่อแม่ต้องผิดหวังและเสียใจ
“มานั่งอะไรคนเดียวตรงนี้”น้ำเสียงทุ้มที่เขาจำได้เป็นอย่างดีดังจากด้านหลัง
จงอินไม่สนใจที่จะตอบหรือหันกลับไปมอง
เพราะที่อีกคนมาที่นี่คงไม่พ้นถูกแม่เขาวานขึ้นมาดูแลเขา
“...”
“ถ้าคิดไม่ผิด
พี่คิดว่าเรากำลังรู้สึกผิดอยู่ใช่ไหม”
“...”
“ที่เราทำก็เพื่อครอบครัว
ไม่มีใครโกรธหรอก”ประโยคคุ้นเคยที่ได้ยินจากปากเพื่อนรักถูกส่งมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้กลับทำให้เขารู้สึกอุ่นใจมากกว่า
มันทำให้เขารู้สึกผิดน้อยลงกับการกระทำบ้าๆนั่น จงอินยังคงส่งคำตอบเป็นความเงียบอยู่เหมือนเดิม
ในหัวมีแต่ความรู้สึกผิดมากมายเต็มไปหมดแม้มันจะลดน้อยลงมาแต่ก็เพียงนิดเดียว
นิ้วโป้งของอีกคนถูกส่งมาปาดบางอย่างบนใบหน้าเขา ซึ่งคิมจงอินก็มาพบพร้อมกันว่าเขา—
“ไม่ร้องไห้นะคนเก่งของพี่”
“ฮึก—”คิมจงอินไม่อาจรู้ตัวเลยว่าร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่
จนกระทั่งตอนนี้— เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของคนตรงหน้าได้อย่างไร
เจ้าของผิวแทนซบหน้าลงไหล่กว้างอย่างอ่อนล้าพร้อมปล่อยหยาดน้ำตาออกมาจนเสื้ออีกคนเปียกชื้น
“ผม
ไม่ได้ตั้งใจ ฮึก”
“พี่รู้—
พี่รู้”มือหนาค่อยๆลูบหัวคนในอ้อมกอดเพื่อปลอบประโลม คิม จงอินคงเสียขวัญกับเรื่องนี้อยู่มาก แต่จงอินไม่ผิดเลยสักนิด ทุกคนผิดเหมือนกันหมดพวกคุณลุงก็ผิดที่ไม่ยอมบอกอะไรจงอินเลย
เขาก็ผิดที่ไม่สามารถดูแลจงอินได้ในยามที่อีกคนลำบาก เขาแทบบ้านตอนที่คุณลุงจองโมบอกพ่อว่าจงอินไม่ได้ขึ้นเครื่องไปด้วย
แถมเด็กนี่ยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยังดีที่จงอินนำเรื่องที่จะทำมาปรึกษาลุงซึงรีพวกเราถึงห้ามจงอินไว้ก่อนได้ไม่อย่างนั้นอินซางต้องได้ตัวจงอินไปแน่
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ชานยอลก็ได้นึกย้อนไปยังที่ลูกน้องบอกโทรมาแจ้งว่าเจอจงอินแล้วแต่ถูกนักเลงจับตัวไป
เขารู้สึกขอบคุณพระเจ้าในตอนนั้นที่พวกลูกน้องเขาสามารถตามรถที่จับจงอินได้ทันก่อนจะพาจงอินมาที่บ้านเขาแทน
ถ้าหากไม่ทันพวกนักเลงนั่นต้องพาจงอินไปให้อินซางแน่
เสียงอู้อี้ดังออกมาจากอ้อมกอดเรียกสติให้คนอายุมากกว่ารู้สึกตัว
คิม จงอินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อแทนการบอกให้อีกคนคลายอ้อมแขน
แต่คนแก่วัยกว่ากลับไม่ทำตามแถมยังรั้งร่างผิวแทนให้เอนซบตัวเองยิ่งกว่าเดิม
“ปล่อย—
นะ”
“เห้อ
เมื่อกี้เด็กขี้แยคนไหนกอดพี่แน่นเลยน้า”
“ปล่อยโว้ยยย”คิม
จงอินดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแข็งแกร่งอีกคนก่อนจะจัดการใช้มือทุบหลังอีกคนจนเกิดเสียงดังอั่กอยู่หลายที
ปาร์คชานยอลเบ้หน้าเหยเกแต่ก็ยังไม่ยอมคลายอ้อมแขนให้อีกคนเป็นอิสระ
“อยากตายรึไง
ปล่อยโว้ยย”
สุดท้ายชานยอลก็ทนหมัดหนักที่กระหน่ำรัวลงมาไม่ได้จึงต้องรีบคลายอ้อมแขนให้อีกคนผละตัวออกไป
คิม จงอินก้มหน้างุดพร้อมลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ไม่ทันที่จะได้วิ่งออกไปแขนแกร่งก็คว้าเอวคนอ่อนกว่าจนร่างทั้งร่างทรุดคร่อมลงมาที่ตักของชานยอลในท่าล่อแหลมต่อคนที่มาพบเห็น
“อุสส่าสละไหล่ให้จนเปียกไม่คิดจะขอบคุณหน่อยหรอ”
“ก็ไม่ได้ขอ”คนปากเก่งยังคงอวดดีอยู่นั้นโดยที่ไม่รู้สถานะตัวเองตอนนี้เลย
ชานยอลรั้งเอวอีกคนให้เขามาชิดยิ่งกว่าเดิมพร้อมออกแรงกักบริเวณคนบนตัวไม่ให้ออกไปได้
จงอินขมวดคิ้วพร้อมดิ้นสุดแรงแต่การกระทำนั้นกลับทำให้เขาหน้าแดงเป็นลูกตำลึงขึ้นมาได้
ก็เพราะไอตรงนั้นมัน—
“อา..
อย่าดิ้นสิ”
“ทำเสียงเหี้ยไรนี่!!”คนผิวแทนฟาดมือไว้ที่ไหล่อีกคนอย่างแรงแต่ก็ต้องนั่งนิ่งเหมือนเดิมเพราะแรงรัดที่เอวมันแน่นขึ้นกว่าเก่า
“หึ”ชานยอลยกยิ้มมุมปากเมื่ออีกคนนั่งนิ่งจนตัวแข็งทื่อพร้อมกับก้มหน้าที่ถูกเฉดสีแดงสาดใส่จนชิดออก
ร่างสูงก้มมองอีกคนอย่างนึกแกล้งซึ่งคนตรงหน้าก็ทำเพียงเบี่ยงหน้าไปอีกทางเพื่อหลบเท่านั้น
“ไม่ตอบแทนพี่เลยหรอ
น่าน้อยจะ—”เสียงทุ้มถูกตัดขาดไปราวกับถูกตัดสวิตช์
มือทั้งสองข้างที่เคยกักกันคนตรงหน้าเอาไว้อ่อนแรงลงจนไร้เรี่ยวแรง
คิม
จงอินผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งออกไปแต่ก็ไม่วายเตะขาเขาทิ้งท้ายอีกหนึ่งที
แต่ปาร์ค ชานยอลกลับยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงครบ32ซี่อย่างแมวน้ำเสียสติ เขาไม่สามารถหุบยิ้มลงได้เลยสักนิดเมื่อนึกย้อนไปเมื่อครู่นี้—
ย้อนไปที่จงอินใช้ริมฝีปากอิ่มของตัวเองทาบทับมาตำแหน่งเดียวกันกับปากของเขา
“อือ...
พอใจยัง”
จบเถ๊อะ
โถ่ ถ้าทางบ้านรู้อยู่แล้ว ว่าน้องจะทำอะไร ทำไมไม่ห้ามดีๆคะ มีแผนให้ยุ่งยากเพื่ออะไรคะ555555
ตอบลบพี่ชานยอลคนดีอ่ะ ฮื่อออ พูดจาดี ไพเราะ ยกเว้นตรงคลานเข่าคุยกันคืออาร๊ายยย 555555555
นี้คือโกรธพี่ชานยอล เพราะพ่อเป็นเพื่อนกันแล้วหุบบริษัทหรอคะ หนูเลยก้าวร้าวขึ้น โถ่
ชอบจัง แทนตัวเองว่าเค้ากับแม่ด้วย ไปอยู่กับพี่ชานยอลนะลูก แม่จะได้สบายใจ
ถึงหนูจะเถื่อนขึ้นยังไง หนูก็น่ารักในสายตาพี่ชานยอลโน๊ะ